Europe
ออสเตรีย - เยอรมัน 10 วัน
เพื่อร่วม “ทำบุญทอดผ้าป่า”
 ณ “วัดไทยพุทธธรรม”เมืองกราซ
ประเทศออสเตรีย
เดินทาง 17 - 26 พฤษภาคม 2561
  • Program
 
วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม 2561                                       สนามบินสุวรรณภูมิ                   
1730 น.
พร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 8  แถว Q  สายการบิน Qatar Airwaysเจ้าหน้าที่จากบริษัทนิสโก้ทราเวลจะคอยให้การต้อนรับอำนวยความสะดวกในการเช็คสัมภาระและบัตรโดยสาร เพื่อเช็คอิน
2055 น.
ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงเวียนนา(VIE) ประเทศออสเตรีย โดยสายการบิน Qatar Airways เที่ยวบินที่ QR 833
วันศุกรที่ 18 พฤษภาคม 2561                         กรุงเทพฯ –  เวียนนา (ประเทศออสเตรีย)                  
0010 น.
เดินทางถึงสนามบินเมืองโดฮา แวะเปลี่ยนเครื่อง (สัมภาระเช็คทรูสู่เวียนนา)
0250 น.
ออกเดินทางต่อสู่กรุงเวียนนาประเทศออสเตรีย โดยสายการบิน Qatar Airwaysเที่ยวบินที่  QR 189
0730 น.
(เวลาท้องถิ่น ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย) คณะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงเวียนนา นำคณะผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และ ศุลกากร พร้อมรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว ออกเดินทางโดยรถโค้ช สู่ ตัวเมือง กรุงเวียนนาเป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ เป็นเมืองที่สะอาดและผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ผ่านชมสถานที่สำคัญ ๆ ในกรุงเวียนนา และเขตเมืองเก่าใจกลางเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ในปี ค.ศ. 2001
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (Asian Buffet Lunch)
บ่าย
นำคณะเดินทางไปชม “พระราชวังเชรินบรุนน์ที่เป็นที่ประทับในช่วงฤดูร้อนของราชวงศ์ฮับสเบิร์ก แห่งออสเตรีย มาตั้งแต่สมัยคริสศตวรรษที่ 13 - 20โดยจักรพรรดิโยเซฟที่ 1มีพระราชดำริให้สร้างพระราชวังที่โอ่อ่าหรูหรา โดยใช้พระราชวังแวร์ซายส์ในฝรั่งเศสเป็นต้นแบบพระราชวังแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1996 ในสมัยพระนางมาเรียเทเรซ่า ได้มีการปรับปรุงทั้งภายในและภายนอก พร้อมเครื่องตกแต่งพระราชวัง และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ให้เป็นแบบรอคโคโคทั้งหมด โดยมีสถาปนิคชื่อดัง คือนิโคลาส คาส เป็นผุ้ออกแบบส่วนสวนดอกไม้ผู้ออกแบบ คือ เฟอร์ดินานด์แห่งโฮเฮนแบร์ก พระองค์ทรงปรับปรุง ก่อสร้าง และ ต่อเติมพระราชวังแห่งนี้ ขึ้นมากมายทั้งความยิ่งใหญ่อลังการ และความสวยงาม  หลังสงครามโลกครั้งที่ 2พระราชวังได้รับความเสียหายอย่างหนัก จากการที่พันธมิตรได้บุกยึดเพื่อใช้เป็นกองบัญชาการดังนั้นรัฐบาลออสเตรียจึงต้องซ่อมแซมพระราชวังใหม่ให้งดงามดังเดิม อิสระให้คณะได้เก็บภาพความประทับใจรอบ ๆ พระราชวัง จากนั้นนำคณะเดินทางสู่ย่านการค้า ชมผู้คน ร้านค้า หรือให้เลือกซื้อหาของที่ระลึกเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาให้ท่านรับประทานอาหารค่ำตามอัธยาศัย
ค่ำ
นำคณะเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก ณ โรงแรม “Mercue Hotel Wien”หรือเทียบเท่าระดับเทียบเท่า
วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2561                                   เวียนนา – กราซ  “ทอดผ้าป่า”                                  
เช้า 
อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำคณะเช็คเอาท์ พร้อมออกเดินทางสู่เมืองกราซ (ระยะทางประมาณ 196กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองกราซ (Graz)  เป็นเมืองที่ใหญ่ที่เป็นอันดับ 2 รองจากเมืองเวียนนา และยังเป็นเมืองหลวงของรัฐสติเรีย เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์และ เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม ใจกลางเมืองจะมีภูเขาเล็กๆ ชื่อว่า “Schlossberg”หรือ “Castle hill”เป็นที่ตั้งของหอนาฬิกาเก่าแก่ (Uhrturm) ที่เป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง ถือเป็นแลนมาร์คสำคัญของที่นี่ นอกจากนี้ยังมีป้อมปืนใหญ่ บ่อน้ำโบราณ หอระฆัง รูปปั้น ฯลฯ ซึ่งคอยบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ในยุคกลางของเมืองให้แก่ผู้ที่มาเยี่ยมเยือน
1100 น.
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร“Hong Kong Restaurant”
บ่าย
หลังอาหารนำคณะผ่านชมสถานที่สำคัญ ในเมืองกราซ เช่นเขตเมืองเก่า หรือ Old Town ในอดีตมีป้อมปราการ และปราสาท จัตุรัสกลางเมือง เป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการ อนุสาวรีย์ และ ฯลฯ ผ่านชมเกาะลอย หรือ มูรินเซล (Murinsel) เป็นเกาะจำลองรูปเปลือกหอย สถานที่แห่งนี้ใช้เป็นลานกิจกรรมในโอกาสต่าง ๆ จนได้เวลาพอสมควรนำคณะเดินทางไปวัดพุทธเมตตาเพื่อไปส่งคณะสงฆ์ คณะสงฆ์พักผ่อนตามอัธยาศัย ณ วัดพุทธเมตตา
ค่ำ
คณะฆารวาสเดินทางไปยังโรงแรมที่พัก ณ  “Europa Hotel Graz”หรือระดับเทียบเท่า เช็คอินและรับประทานอาหารค่ำตามอัธยาศัย
วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม 2561                         เมืองกราซ  ทำบุญทอดผ้าป่า ณ วัดไทย                   
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
0800 น.
เดินทางไปยังวัดพุทธเมตตา เพื่อประกอบพิธีทอดผ้าป่า
Address:    Buddhaettar Temple, Tremayrgasse 68010 Graz (Graz Ost)
1100 น.
ถวายภัตตาหารเพลแด่คณะสงฆ์  ณ วัดไทยพุทธเมตตา
เที่ยง
คณะรับประทานอาหารกลางวัน ร่วมกัน ณ วัดไทยพุทธเมตตา
1300 น.
หลังเสร็จพิธีทอดผ้าป่าแล้ว นำคณะไปชมตลาดสินค้าพื้นเมือง และไปเดินเล่นถ่ายรูป ณ เขตเมืองเก่า อิสระให้ฆารวาสรับประทานอาหารค่ำตามอัธยาศัย จนได้เวลาพอสมควร
ค่ำ
คณะสงฆ์พักผ่อนตามอัธยาศัย ณ วัดพุทธเมตตา ส่วนฆารวาสเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พัก ณ “Europa Hotel Graz” หรือระดับเทียบเท่า
วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม 2561                                เมืองกราซ  - ฮอลสตัทท์  – ซาลส์บูร์ก                        
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
0800 น.
หลังอาหารเช้าคณะเตรียมตัวเช็คเอาท์ พร้อมออกเดินทางไปรับคณะสงฆ์ ณ วัดไทยพุทธเมตตา เมื่อรับคณะสงฆ์เรียบร้อยแล้ว คณะทั้งหมดออกเดินทางไปยังบ้าน ของประธานวัดไทยพุทธเมตตา เพื่อถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ และคณะฆารวาส รับประทานอาหารกลางวันพร้อมกัน 
1100 น.
ถวายภัตตาหารเพลแด่คณะสงฆ์ที่บ้านโยม ณ เมืองกราซ
1130 น. 
คณะรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันที่บ้านโยม ณ เมืองกราซ ประธานวัดไทยพุทธเมตตาเป็นเจ้าภาพ
1400 น.
คณะออกเดินทางสู่ เมืองซาลส์บูร์ก ระยะทาง 196 กิโลเมตร  ระหว่างทางแวะชมความสวยงามของ “เมืองฮอลล์ สตัทท์”(Hallstatt) เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ ที่สวยที่สุดอีกเมืองหนึ่ง และยังเป็นหนึ่งใน เมือง ท่องเที่ยว ที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ออสเตรีย นำคณะชมความสวยงามของตัวเมืองชมบ้านเรือนที่สวยงามริมทะเลสาบที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาที่สวย งาม
1700 น.
จนได้เวลาพอสมควรเดินทางต่อสู่ “เมืองซาลซ์บูร์ก”ระยะทาง 71 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง
“เมืองซาลส์บูร์ก (Salzburg)”เมืองสวยที่สุดเมืองหนึ่งของทวีปยุโรป ได้รับการอนุรักษ์เป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ.1996 เป็นบ้านเกิดของคีตกวีผู้ยิ่งใหญ่ของโลกนามโมสาร์ท และใช้เป็นสถานที่ในการถ่ายทำภาพยนตร์อมตะ (ที่สร้างจากเรื่องจริงของคุณครูมาเรีย) เรื่องมนต์รักเพลงสวรรค์ ซึ่งทำให้เมืองนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยเมืองนี้มีอดีตที่เติบโตมาจากการผลิตเกลือและการค้าเกลือซึ่งในยุคนั้นมีค่าประดุจทองคำขาว ดังนั้น“เกลือ”จึงเป็นที่มาของทั้งชื่อแคว้นและชื่อเมือง
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
หลังอาหารนำคณะเช็คอินเข้าสู่โรงแรมที่พัก ณ Austria Trend Europa Hotel, Zalzburg หรือระดับเทียบเท่า
วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม 2561                                        เมืองซาลซ์บูร์ก(Zalzburg)                                       
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำคณะไปเที่ยวชมความสวยงามของ “สวนดอกไม้มิราเบล” (Mirabell Garden) ช่วงนี้จะเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิที่สวยงาม เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ เรื่อง เดอะซาวส์ออฟมิวสิค ภายในมีพระราชวังอันงดงาม คือ “พระราชวังมิราเบลที่มีประวัติความเป็นมาอันสุดแสนโรแมนติกและ เป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยมของสถาปัตยกรรมสไตล์บาร๊อค สร้างโดยเจ้าชายอาร์คบิชอปแห่งซาลซ์บูร์ก (Wolf Dietrich von Raitenau) ในปี ค.ศ. 1606 อิสระให้คณะได้เก็บภาพความทรงจำอันสวยงาม ณ สวนเสน่ห์ แห่งนี้
1130 น.
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร “An Bing Restaurant Salzburg
บ่าย
นำคณะเดินข้ามแม่น้ำซาลซัคเข้าสู่เขตเมืองเก่า บนสะพานข้ามแม่น้ำจะมีคู่รักนำแม่กุญแจมาคล้องกันสวยงามละลานตาเดินเข้าสู่ถนนเกไทรเดร้ (Getrei-degasse) ชมความงดงามของบ้านเรือนที่ตั้งอยู่เรียงรายบนถนนสายนี้ ถนนสายนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15-18 ลักษณะเด่นคือมีลานบ้านที่มีหลังคาอันสวย งาม ป้ายเหล็กที่ทำด้วยมือและกรอบหน้าต่างเป็นภาพปูนปั้นแกะสลักปัจจุบันสถานที่แห่งนี้เป็นย่าน shopping ที่มีร้านค้าแบรนด์เนม และร้านค้าที่ขายของที่ระลึกมากมาย จนได้เวลาพอสมควรนำคณะเดินทางสู่ภัตตาคาร
ค่ำ
หลังอาหารนำคณะเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พัก ณ Austria Trend Europa Hotel, Zalzburg หรือระดับเทียบเท่า ให้คณะฆารวาสรับประทานอาหารค่ำตามอัธยาศัย
วันพุธที่ 23 พฤษภาคม 2561                             เมืองซาลซ์บูร์กเมืองอินส์บรูค                                 
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
หลังอาหารเช้านำคณะเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมที่พัก พร้อมออกเดินทางสู่เมืองอินส์บรูคระหว่างทาง (45 กิโลเมตร) นำคณะแวะชมความสวยงามหมู่บ้านเล็ก ๆ “Ramsau bei Berchtesgaden”เพลิดเพลินกับความสวยงามของบ้านเมือง และธรรมชาติ และบริเวณรอบ ๆ 
1130 น.
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร “Gasthaus Sandwirt am Inn Restaurant, Innsbruck”
บ่าย
จากนั้นออกเดินทางต่อสู่ “เมืองอินส์บรูค” เมืองหลวงของรัฐทิโรล (ระยะทาง 155 กิโลเมตร) ตั้ง อยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศออสเตรีย บนที่ราบลุ่มแม่น้ำอินน์ กลางหุบเขาของเทือกเขาแอลป์ เป็นหนึ่งในสามเมืองเอกด้านการท่องเที่ยวของประเทศออสเตรีย นอกจากกรุงเวียนนา และ เมืองซาลส์บวร์ก  เมืองอินส์บรูค ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิน มีลักษณะเป็นที่ราบแคบ ๆ แทรกตัวอยู่ระหว่างเทือกเขาแอลป์ เดิมเป็นเมืองตากอากาศของจักรพรรดิแม็กซิมิเลียนแห่งราชวงศ์ฮอฟบวร์ก เพราะอากาศที่นี่ดีมากผู้ที่เข้ามาปกครองจักรวรรดิออสเตรียต่างก็ต้องติดใจมาพักผ่อนในเมืองแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น พระนางมาเรีย เทเรเซีย ผู้ยิ่งใหญ่ หรือแม้แต่ ท่าน นโปเลียน ตัวเมืองมีประวติศาสตร์ยาวนาน และมีทัศนียภาพที่สวยงามจากเทือกเขาแอล์ปที่โอบล้อมอยู่จนได้รับการขนามนามว่า “Capital of the Alps”
นำคณะเดินทางสู่ย่านใจกลางเมืองชมอาสนวิหารโรมันคาโทริค “Dom St Jakob” หรือ “The Cathedral of St. James” สร้างสไตล์บารอค ในศตวรรษที่ 18ในระหว่างปี ค.ศ. 1717-1724 เพี่ออุทิศให้กับ ท่าน Saint James ลูกชายของเซเบดี (Zebedee) ผู้มีชื่อเสียงในสมัยนั้น จากนั้นเดินไปชมหลังคาทองคำ ที่สร้างด้วยทองคำจริง ๆ แวะ จัตุรัสที่สวยงามจะมีร้านค้าขายอาหาร สินค้าแบรนด์แนม ร้านช็อคโกแล็ต และร้านขายของที่ระลึกหลายร้าน ให้ท่านได้เดินชม หาซื้อของฝาก และรับประทานอาหารค่ำได้ตามอัธยาศัย จนได้เวลาพอสมควร
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ “Happy Wok Restaurant Innsbruck”
หลังอาหารนำคณะเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก ณ Alphotel Hotel, Innsbruckหรือระดับเทียบเท่า
วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม 2561                                  เมืองอินส์บรูค – เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมันนี
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำคณะเดินทางสู่”หมู่บ้านมิทเทนวาลด์น“Mittenwald”ระยะทาง 38 กิโลเมตร หมู่บ้านน้อยตั้งอยู่ริมภูเขาสูง จากหมู่บ้านมีเคเบิ้ลคาร์ขึ้นไปยอดเขา Karwendel สูง 2,244 เมตร ข้างบนเป็นร้านอาหารและลานเล่นสกีในหน้าหนาว เมืองนี้มีชื่อเรื่องการทำไวโอลินมาเกือบสามร้อยปี เป็นที่ตั้งของอาคารบ้านเรือนที่สวยงาม โบสถ์ และสถานที่พักผ่อน ตั้งอยู่ในแคว้นบาวาเรีย
 
จากนั้นเดินทางต่อสู่ “Garmisch Partenkirchen” ระยะทาง 20 กิโลเมตร รถแล่นเรียบเขาที่สวยงาม อิสระให้ท่านได้ชมความสวยงามของเมืองนี้ชมความน่ารักของ “Garmisch-Partenkirchen” หมู่บ้านเล็ก ๆ ในเทือกเขาแอลป์ 
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร “S’Wirthaus Restaurant
เดินทางต่อสู่ “Oberammergau” ระยะทาง 21 กิโลเมตร เป็นเมืองแห่งศิลปะ แวะเยี่ยมชม ความสวยงามของตัวเมือง ชมความเป็นอยู่ของผู้คน 
บ่าย
นำคณะออกเดินทางสู่ เมืองมิวนิคประเทศเยอรมัน ระยะทาง 91 กิโลเมตร เมืองมิวนิค เป็นเมืองหลวงของแคว้นบาวาเรีย ที่มีเศรษฐกิจที่มั่นคง ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 520 เมตร  อยู่บนที่ราบสูงบาวาเรียตอนบน เมื่อเดินทางถึงนำคณะไปชม “จัตุรัสมาเรียนปลัตส์”(Marienplatz) ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ศาลาว่าการเมืองหลังใหม่ “นอยเยอรัทเฮาส์” (Neue Rathaus) ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าตรงหน้าจัตุรัส สร้างในสไตล์นีโอโกธิกในกลางคริสตศตวรรษที่ 19 มีหอคอยสูงกว่า 80 เมตร และไม่ไกลจากกันจะเป็นที่ตั้งของ หอนาฬิกา “Glockenspiel”ซึ่งในทุกเวลา 11 นาฬิกาและเที่ยงตรงของทุกๆวันจะมีตุ๊กตาออกมาเต้นระบำให้ชมกันอีกด้วย ในอดีตจัตุรัสมาเรียนปลัตส์เคยเป็นพบปะชุมนุม ติดต่อค้าขาย แลกเปลี่ยนสินค้า มานานหลายศตวรรษ ปัจจุบันเป็นลานกว้างสำหรับคนเดิน ตรงกลางจัตุรัสมีเสาพระแม่มารีทองคำซึ่งเป็นที่มาของชื่อจัตุรัสแห่งนี้นั่นเอง
 
หากมีเวลานำคณะไปชม “ตลาดวิกชัวเลียน”(Viktualien Market) ตลาดนัดกลางแจ้งที่อยู่ใกล้ๆกับมาเรียนปลัตส์ ตลาดแห่งนี้ถูกจัดตั้งขึ้นโดยพระเจ้าแม็กซิมีเลียนที่ 1 ในปี ค.ศ. 1807 อิสระให้ท่านได้หาซื้อของที่ระลึก หรือหาอาหารค่ำรับประทานตามอัธยาศัย มีทั้งผักสด ผลไม้นำเข้า ชีส ฮอตด็อกไส้กรอก และอื่นๆอีกจำนวนมาก
ค่ำ
นำคณะเช็คอินเข้าสู่โรงแรมที่พัก ณ  “Holiday Inn Munich City East Hotel”
วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม 2561                                    มิวนิค  -  กรุงเทพฯ                 
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เช็คเอาท์หลังอาหารเช้า จากนั้นเดินทางไปชมสัญลักษณ์สำคัญของเมืองมิวนิค “โบสถ์เฟราเอนเคียเชอะ”(Frauenkirche) วิหารที่สำคัญที่สุดในเมืองมิวนิก ได้รับการออกแบบและก่อสร้างตามแบบเยอรมันโกธิค โดยสถาปนิกชื่อ Jörg von Halsbach ในศตวรรษที่ 15 โดยใช้อิฐสีแดงเป็นส่วนใหญ่ และมีการสร้างโดมสีเขียวสไตล์เรอเนสซองส์เพิ่มในปี 1525 ภายในนั้นก็กว้างใหญ่อย่างน่ามหัศจรรย์สามารถจุคนได้ถึง 4,000 คน ลักษณะเฉพาะอันโดดเด่นของ Frauenkirche ที่เป็นรอยเท้าสีดำเล็กๆ ใกล้กับทางเข้า ซึ่งเรียกกันว่ารอยเท้าปีศาจ มีตำนานท้องถิ่นที่ลึกลับน่าสนใจเกี่ยวกับที่มาของรอยเท้าปริศนานี้มากมาย จากนั้น ชมสุสานหินอ่อนสีดำและทองแดงของจักรพรรดิ Ludwig ที่สี่แห่งบาวาเรีย ซึ่งเป็นหนึ่งในสุสานที่อยู่ในโบสถ์นี้ สมาชิกคนอื่นๆ ของราชวงค์ “Wittelsbach”และนักบวชของเมืองมิวนิคก็ถูกฝังที่นี่เช่นกัน อิสระให้ท่านได้เดินชมความสวยงามก่อนเดินทางไปภัตตาคาร
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร“Ruen Thong Restaurant
บ่าย
หลังอาหารนำคณะเดินทางสู่สนามบินนานาชาติเมืองมิวนิค
1655 น.
ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน Qatar Airwaysเที่ยวบินที่  QR 058
2330 น. เดินทางถึงสนามบินเมืองโดฮา แวะเปลี่ยนเครื่อง
วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม 2561                                         เมืองมิวนิค – กรุงเทพ ฯ                                      
0210 น.
ออกเดินทางสู่กรุงเทพ ฯ โดยสายการบิน Qatar Airwaysเที่ยวบินที่ QR 834
1240 น.
คณะเดินทางถึงกรุงเทพ ฯ โดยสวัสดิภาพ
 
อัตราค่าบริการ       **สำหรับคณะเดินทางไม่ต่ำกว่า 15 ท่านพักห้องคู่
พระสงฆ์ 
ราคาท่านละ
75,500 บาท
พระสงฆ์ (ไม่ต้องทำวีซ๋า) ราคาท่านละ
72,900 บาท
ฆารวาสพักห้องคู่
ราคาท่านละ
79,900 บาท
พักเดี่ยว จ่ายเพิ่ม
ราคาท่านละ
12,250 บาท
 
อัตรานี้รวม
*  ค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินพร้อมภาษีน้ำมัน และภาษีสนามบินทุกแห่งโดย สายการบินไทยชั้นประหยัด   
    เดินทางไป-กลับพร้อมคณะ
*  ค่าโรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว ตามที่ระบุในรายการ หรือระดับเดียวกัน พักห้องละ 2 ท่าน
*  ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุ ในรายการ (ไม่มีอาหารเย็น)
*  ค่ารถโค้ชปรับอากาศ ระหว่างการเดินทาง
*  ค่าเข้าชมสถานที่ตามที่ระบุในรายการ
*  ค่าธรรมเนียมวีซ่า (สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย)
*  ค่าทิปคนขับรถ และทิปไกด์ท้องถิ่น ร้านอาหาร
*  ค่าใช้จ่ายสำหรับมัคคุเทศก์ เดินทางพร้อมคณะ และคอยอำนวยความสะดวกให้กับคณะตลอดการเดินทาง
*  ค่าประกันอุบัติเหตุในระหว่างการเดินทางในวงเงิน ท่านละ 1,000,000บาท
 
อัตรานี้ไม่รวม
* ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าอาหาร และเครื่องดื่มที่สั่งมาเอง นอกเหนือจากรายการ ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ
* ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย และค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
* ค่าทำหนังสือเดินทาง
* ค่ำภาษีเชื้อเพลิงที่ทางสายการบินอาจมีการเรียกเก็บเพิ่มเติมในภายหลัง
* ค่าทิปหัวหน้าทัวร์คนไทยที่เดินทางไปพร้อมคณะ