ทัวร์อินเดีย
 

  • Program
  • Price
 
ราชาสถาน 11 วัน 
 
เดลี-จัยปูร์-บิคาเนอร์-จัยแซลเมียร์-จ๊อดปูร์-เมาท์อาบู-รานัคปูร์-อุไดปูร์
 
วันแรกของการเดินทาง                                กรุงเทพฯ-กรุงเดลี-เมืองจัยปูร์ 
0600 น.
คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก โดยมีเจ้าหน้าที่ ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและตรวจเอกสารการเดินทาง ณ เคาน์เตอร์สาย การบินแอร์อินเดีย ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 10 แถว W
0850 น.
ออกเดินทางสู่กรุงเดลี” ประเทศอินเดีย โดยสายการบินแอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ AI- 333 (ใช้เวลาบินประมาณ 4 ชั่วโมง บริการอาหารเช้าบนเครื่อง)
1205 น.
เดินทางมาถึงสนามบินนานาชาติอินทิราคานธีร์เมืองเดลี ตามเวลาท้องถิ่น หลัง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว นําท่านเดินทาง ไปรับประทานอาหาร
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ASIA KITCHEN RESTAURANT จากนั้นนําท่านเดินทางสู่ เมืองจัยปูร์ (JAIPUR) หรือ “นครสีชมพู” ซึ่งเป็นเมือง ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในแคว้นราชาสถาน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง 
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ า ณ ห้องอาหารโรงแรม พักที่ MARRIOT HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า 
วันที่สองของการเดินทาง                           เมืองจัยปูร์ซิตี้ทัวร์
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นําท่าน ชมเมืองจัยปูร์หรือนครแห่งชัยชนะ คนอินเดียเรียกเมืองนี้ว่า จัยปูร์ หรือ จัยเปอร์ ท่านมหาราชา ไสว ชัย สิงห์ ที่ 2 (Sawei Jai Singh II) เป็นผู้สร้างขึ้นเมื่อ ปีค.ศ.1727 เมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ออกแบบวางผังเมืองได้สวยงาม จัยปูร์เป็น เมืองหลวงของรัฐราชสถานได้ชื่อว่า นครสีชมพู(Pink city) เพราะในสมัยที่มหา ราชา ราม สิงห์ เป็นกษัตริย์ปกครองเมืองจัยปูร์เวลานั้นอินเดียเป็นเมืองขึ้นของ อังกฤษ ในปีค.ศ.1853 เจ้าชายมกุฎราชกุมารของอังกฤษเสด็จประพาสเมืองจัยปูร์ มหาราชา ราม สิงห์ สั่งให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองทาสีบ้านเรือนด้วยสี ชมพู (อมส้ม) ทั้งเมืองเพื่อถวายการต้อนรับจัยปูร์จึงได้ชื่อว่านครสีชมพูแต่นั้นเป็น ต้นมา จากนั้นนําท่านขึ้น ชมพระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ท (Amber fort) ซึ่งเดิม เคยเป็นราชธานีของเมืองจัยปูร์ สร้างอยู่บนเนินเขาสูงตรงตําแหน่งเดิมที่เคยเป็น ป้อมปราการเก่าในศตวรรษที่ 11 มาก่อน สร้างขึ้นโดยมหาราชาแมนสิงห์ ในปี ค.ศ. 1592 และเสร็จสิ้นลงในสมัยของมหาราชาใจสิงห์ ป้อมแห่งนี้เป็นต้นแบบที่ดี ของสถาปัตยกรรมแบบราชปุต Rajput เป็นป้อมปราการเด่นตระหง่านอยู่บนเนิน เขา โดยมีทะเลสาบ Maota อยู่เบื้องล่าง แวดล้อมด้วยชุมชนของเขตเมืองเก่า ทัศนียภาพเมื่อมองลงมาจากป้อมเป็นสิ่งที่น่าประทับใจมาก
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร/โรงแรม นําท่านชม ซิตี้พาเลช (Jaipur City Place) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ถึง 1 ใน 7 ของใจ กลางเมือง สร้างตั้งแต่สมัยมหาราชาชัยสิงห์ และต่อเติมกันเรื่อยมาเป็น สถาปัตยกรรมแบบราชสถาน ที่แสดงถึงลักษณะของศิลปะแบบโมกุล ปัจจุบันเปิด เป็นพิพิธภัณฑ์ แสดงของใช้ส่วนพระองค์ของมหาราชาแห่งเมืองจัยปูร์ แม้ยุคนี้จะ ไม่มีมหาราชาอีกต่อไป แต่ City Palace แห่งนี้ก็ยังเป็นสมบัติส่วนพระองค์ และ ชาวเมืองจัยปูร์บางส่วนก็ยังนับถือพระองค์อยู่แม้พระองค์จะไม่มีอํานาจใดๆ ที่ปาก ทางเข้าซิตี้พาเลส มีหอดูดาว จันทราแมนทาร์ (Jantar Mantar) สร้างในปี ค.ศ. 1727 โดยมหาราชาใจสิงห์ พระองค์ยังทรงเป็นกษัตริย์นักดาราศาสตร์ จึงทรง สร้างหอดูดาวและอุปกรณ์ดาราศาสตร์ขนาดใหญ่ไว้มากมาย เรียกว่า Jantar Mantar ไม่ใช่แค่ 1 แห่งแต่มีถึง 5 แห่ง อีก 4 แห่งอยู่ที่ Delhi, Ujjain, Varanasi และ Matura แต่ที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดอยู่ที่นี่ นาฬิกาแดด สูงถึง 28 เมตร ที่ยัง เที่ยงตรงอยู่ บอกเวลาที่เมืองจัยปูร์โดยเฉพาะ ซึ่งจะไม่ตรงกับเวลามาตรฐานของ อินเดีย จากนั้นนําท่านชม ฮาวามาฮาล “พาเลซออฟวินด์” (Hawa Mahal) พระราชวัง แห่งสายลม ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1799 โดยมหาราชา ไสว ชัย สิงห์เป็นอาคาร 5 ชั้นสร้างด้วยหินทรายออกแดงคล้ายสีปูนแห้ง สถาปัตยกรรมสไตล์เปอร์เซียกับโม กุล มีหน้าต่างถึง 953 ช่อง เป็นทั้งช่องลมผ่านและให้หญิงสูงศักดิ์ในราชสํานักแอบ มองดูชีวิตความเป็นอยู่ในตัวเมือง รวมทั้งขบวนแห่งต่างๆ โดยที่บุคคลภายนอกไม่ สามารถมองเห็นสตรีเหล่านั้นได้ และนั่นคือที่มาของคําว่า “ฮาวา” ซึ่งแปลว่าสาย ลม ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งจัยปูร์ จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองสีชมพู 
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ า ณ ห้องอาหารโรงแรม พักที่ MARRIOT HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า 
วันที่สามของการเดินทาง                                 เมืองจัยปูร์–เมืองบิคาเนอร์-วิหารคาร์นีมาทา
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนําท่านเดินทางสู่ บิคาเนอร์ (BIKANER) ระยะทาง 320 กิโลเมตร (ใช้ เวลาประมาณ 7-8 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร) สมัยอดีตยังไม่มีเมืองบิคา เนอร์ บริเวณนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Mawar Land of the Dead พ่อค้าตามเส้นทาง สายไหม ยังต้องใช้ผ่านไปมา จึงมีโจรหลายก๊ก ยึดครองพื้นที่หย่อมเล็ก และยังไม่มี ใครครอบครองดินแดนแห่งนี้ เจ้าชาย Rao Bika แห่งแคว้นโยธปุระ (จ๊อดปูร์) เกิด 4 ความน้อยใจในคําพูดพระบิดา จึงตัดสินใจมุ่งหน้าเดินทางก่อนลงหลักปักฐานต่อสู้ กับพวกโจร นําความร่มเย็นเข้ามาสู่ดินแดนแห่งความตาย จนชาวบ้านท้องถิ่นเข้า ร่วมในการต่อสู้กับพวกโจร จนท้ายสุดเมืองบิคาเนอร์ถูกตั้งขึ้น จากนั้นเดินทาง ต่อไปยังเมืองบิคาเนอร์
เที่ยง
เดินทางถึง เมืองบิคาเนอร์นําท่านเข้าสู่ที่พัก และรับประทานอาหารกลางวัน นําท่านชม วิหารคาร์นีมาทา (Karni mata Temple) สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 15 สร้างเพื่ออุทิศ ให้แด่หนูที่มีความเชื่อ ว่าเป็นเหล่าลูกหลานของเทพธิดา Karni mata ที่เป็นร่างอวตารของเทพธิดา Durga (เทพธิดาแห่งพลัง และชัยชนะ) ซึ่งเป็น สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาฮินดูที่ผู้ศรัทธาจะนํานม อาหารดีๆ มามอบให้แด่หนู เหล่านี้ แต่สําหรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ หลายคนไม่กล้าเข้าสู่วิหารนี้ เพราะกลัวหนูได้เวลาสมควรเดินทางกลับเข้าสู่ที่พัก 
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ า ณ ห้องอาหารโรงแรม พักที่ LAXMI NIWAS PALACE ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า BIKAN
วันที่สี่ของการเดินทาง                              เมืองบิคาเนอร์–ป้อมจูนนาการ์-เมืองจัยแซลเมียร์
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนําท่านชม ป้อมสีแดงแห่งเมืองบิคาเนอร์หรือ ป้อมจูนนาการ์(Junagarh Fort) วังมหาราชาที่อยู่ในสภาพดีสุดแห่งหนึ่งในราชาสถาน สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1588 ถูกสร้างขึ้นโดยราชปุต Rao Bika ด้วยการต่อสู้กับชนพื้นเมือง จนสามารถตั้งถิ่น ฐานแม้ผ่านการรุกรานจากมหาโมกุลหลายครั้ง แต่ทะเลทรายที่อยู่รอบด้าน รวมทั้งความกล้าหาญของนักรบ ช่วยให้เมืองอยู่รอดเสมอมา ภายในป้อมใหญ่ แบ่งเป็นหลายส่วน เช่น Chandra Mahal, Phool Mahal, Karan Mahal และ Anoop Mahal จากนั้นนําท่านชมพิพิธภัณฑ์ Ganga Golden Jubilee
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารโรงแรม จากนั้นเดินทางสู่ เมืองจัยแซลเมียร์(JAISALMER) ระยะทาง 300 กิโลเมตร ใช้ เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง จัยแซลเมียร์ คือเมืองที่ได้รับสมญานามว่า “นครสีทอง” ตั้งอยู่บนที่ราบสูง กลางที่ราบทะเลทรายธาร์ มีกําแพงสูงใหญ่ดูโอฬาร เป็นเมือง ท่องเที่ยวที่อยู่ทางตะวันตกสุดของแคว้นราชาสถาน ในอดีตเคยเป็นเส้นทางการค้า ที่ สําคัญระหว่างอินเดียกับตะวันออกกลาง นครแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นจากหินทรายสี เหลืองเป็นส่วนใหญ่ เมื่อยามต้องแสงอาทิตย์อัสดงที่ไล้ลงบนพื้นผิวของหินเหล่านี้ ก็จะปรากฏให้เห็นเป็นสีทองอร่ามตา และนี่คือที่มาของสมญา “นครสีทอง” ด้วย เหตุที่จัยแซลเมียร์เคยเป็นเส้นทางการค้าที่สําคัญ ส่งผลให้พ่อค้าวาณิชย์ในตระกูล ดังๆ หลายๆคนร่ํารวยกันอย่างมหาศาล กลายเป็นอภิมหาเศรษฐี มีคฤหาสน์ที่ ใหญ่โตมโหฬาร 
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ า ณ ภัตตาคาร
พักที่ FORT RAJWADA HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า JAISALMIR
วันที่ห้าของการเดินทาง                          เมืองจัยแซลเมียร์-ชมทะเลสาบกาดซิซาร์-ขี่อูฐทะเลทรายทาร์
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นชม ป้อมจัยแซลเมียร์ (Jaisalmer Fort) ป้อมปราการขนาดใหญ่ที่อยู่ ท่ามกลางทะเลสาบ สร้างโดย Bhatti Rajput rule Rawal Jaisal ค.ศ. 1156 บน เขาทิตรีกูฏ โดยป้อมนี้ถือว่าเป็นป้อมที่สร้างลําดับที่ 2 ของรัฐราชสถาน ชมความ สวยงามของปราสาททรายที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางทะเลทราย ภายในป้อมมี บ้านพักของชาวบ้านที่พํานักอยู่อาศัยมานานนับร้อยปี ท่านจะได้เห็นทัศนียภาพ ของเมืองจัยแซลเมียร์โดยรอบ นําท่านชม คฤหาสน์ของเสนาบดี หลังแรกคือ Nathmal Ji Ki Haveli สูง 5 ชั้น 5 ที่สร้างราว ค.ศ.ที่ 19 โดย Lalu และ Hathi 2 พี่น้องศิลปินและสถาปนิกเอก ที่ สร้างอย่างวิจิตรบรรจง ด้วยการฉลุลายผนังอย่างละเอียดอ่อน และอีกหลังคือ Patwon ki Haveli ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองจัยแซลเมียร์ ซึ่งภายในจะจัดแสดงสิ่งของ เครื่องใช้ต่างๆ 
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารโรงแรม นําท่าน ชมทะเลสาบกาดซิซาร์(Gadsisar Lake) โอเอซิสขนาดมหึมาท่ามกลาง ทะเลที่สร้างโดยมหาราชาวาลกาดซี ในราว ค.ศ.ที่ 14 ซึ่งทะเลสาบแห่งนี้เป็น แหล่งน้ําที่สําคัญของเมืองจัยแซลเมียร์ รอบๆทะเลสาบมีวัดเล็กๆ ในช่วงฤดูหนาว จะได้พบเห็นนกนานาชนิดโดยรอบบริเวณทะเลสาบ จากนั้นนําท่าน ขี่อูฐสู่ ทะเลทรายทาร์ ชม Sam Sand Dunes ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปราว 45 กิโลเมตร เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังใน จัยแซลเมียร์ เนินทรายแห่งนี้ เป็นที่ซึ่งโค้งขอบฟ้าจรดกับผืนแผ่นทรายได้อย่างงดงามเกินคําบรรยาย 
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ า ณ ภัตตาคาร
พักที่ FORT RAJWADA HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า 
วันที่หกของการเดินทาง                          เมืองจัยแซลเมียร์-ป้อมเมห์รานกาห์-เมืองจ๊อดปูร์
เช้า 
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนําท่านออกเดินทางสู่ เมืองจ๊อดปูร์(JODHPUR) ในเวลาประมาณ 6 ชั่วโมง เมืองโรแมนติกแห่ง นครสีฟ้า “จ๊อดปูร์” หรือเมืองโยธะปุระ นครแห่งนักรบ ที่ทั่วทั้งเมืองเป็นสีฟ้าราวกับน้ําทะเล เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองใน แคว้นราชาสถาน ถูกตั้งขึ้นเป็นราชธานี โดย Rao Jodha แห่งราชวงศ์ Rathor เดินทางมาถึงเมือง “จ๊อดปูร์” จากนั้นนําท่านเช็คอินเข้าสู่ที่พัก เตรียมทานอาหาร 
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารโรงแรม
นําท่าน ชมป้อมเมห์รานกาห์(Mehrangarh Fort) เป็น 1 ใน 4 พระราชวังที่ ใหญ่ที่สุดในอินเดีย ป้อมปราการที่ยาวเหยียดข้ามเขาถึง 125 ลูก ภายในมี พระราชวังที่สวยงามและใหญ่ที่สุด และเป็นจุดชมวิวเมืองสีฟ้าที่ดีที่สุด ไม่มีป้อม ปราการแห่งไหนในราชาสถานเด่นหง่าเทียบเท่า Mehrangarh Fort ไม่ว่าจะมอง จากจุดไหนๆ ของเมืองจ๊อดปูร์มหาปราการหินถูกสร้างบนเนินเขาสูง 122 เมตร ใน ค.ศ.1459 เมื่อฤาษีท่านหนึ่งบอกแก่มหาราชาจ๊อดธะ (Jodha) พระองค์ควร สร้างเมืองขึ้นที่นี่ จ๊อดปูร์ เป็นศูนย์กลางอาณาจักรใหญ่แต่ครั้งโบราณ ป้อมจึงถูกเสริมเติมแต่งจนมี ขนาดใหญ่มหึมา ป้อมเมห์รันกาห์นี้ภายในตกแต่งประดับประดาด้วยแก้วหลากสี แบ่งเป็นห้องหรือท้องพระโรงขนาดใหญ่อีกหลายแห่ง อาทิ ตําหนัก Moti Mahal, Sheesh Mahal, Phool Mahal จากนั้นนําท่านชมวัด Chamunda Mataji จากนั้นห่างจาก Mehrangarh Fort ไป ประมาณ 1 กิโลเมตร ท่านจะได้ชมสิ่งปลูกสร้างสะอาดตา “Jaswant Thada” ก่อสร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง และเป็นที่ฝังศพของมหาราชา Jaswant Singh ที่สอง และสมาชิกคนอื่นๆ ในราชวงศ์ 
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ า ณ ห้องอาหารโรงแรม
พักที่ HOTEL GATEWAY ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า
วันที่เจ็ดของการเดินทาง                              เมืองจ๊อดปูร์-กลุ่มวัดเชนดิลวารา-เมืองเมาท์อาบู
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นําท่านเดินทางสู่ เมาท์อาบู (MOUNT ABU) ระยะทาง 336 กิโลเมตร หรือ เรียกว่า ภูเขาราชาเทวะ มีความสูงประมาณ 1,250 เมตร จากระดับน้ําทะเลจึง ทําให้อากาศเย็นสบายทั้งปี เป็นเมืองพักผ่อน เนื่องจากแคว้นราชาสถานเป็นเขต 6 ทะเลทรายเป็นส่วนใหญ่ ทําให้ผู้คนหนีร้อนมาพักผ่อนที่นี่ และยังเป็นที่นิยมของคู่ ฮันนีมูน เมาท์อาบูยังเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์และยังเป็นที่แสวงบุญของผู้ที่นับถือศาสนา เชน..เดินทางมาถึง “เมาท์อาบู” จากนั้นนําท่านเช็คอินเข้าสู่โรงแรมที่พัก 
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร/โรงแรม นําท่านชม กลุ่มวัดเชนดิลวารา (Dilwara Jain Temples) ที่สลักเสลาด้วยหิน อ่อนอย่างวิจิตรบรรจง ซึ่งมีจํานวน 5 วัด ตั้งอยู่บนทิวเขานอกเมือง ชม วัดวิมาล วาสาหิ(Vimal Vasahi) และวัด Tejpal ฯลฯ จากนั้น ชมจุดชมนก Trevor’s Tank จากนั้นนําท่านเดินทางสู่โรงแรมที่พัก
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ า ณ ห้องอาหารโรงแรม
พักที่ CAMA RAJPUTANA HOTEL ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า 
วันที่แปดของการเดินทาง                         เมืองเมาท์อาบู-ชมวิหารเชน-เมืองรานัคปูร์-เมืองอุไดปูร์
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นเดินทางสู่ เมืองรานัคปูร์ (RANAKPUR) นําท่าน ชมวิหารเชน (Ranakpur Jain Temple) เป็นวิหารของศาสนาเชน สร้างโดยคหบดี Dharna Sah เมื่อเกือบ 500 ปีก่อน ภายในประกอบด้วยห้องโถงกว่า 24 ห้อง โดมทั้งหมด 80 โดม และเสาถึง 1,144 ต้น เสาแต่ละต้นจะถูกแกะสลักอย่างงดงามมาก คิด เป็นพื้นที่แกะสลักกว่า 3,000 ตารางเมตร ทั้งหมดถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีเยี่ยม เมื่อสร้างวัดนี้จําเป็นต้องสร้างเมืองขึ้นมาเพื่อเป็นที่อาศัยของคนงานนับหมื่น และ เป็นสถานที่ ที่สําคัญแห่งหนึ่งซึ่งผู้คนเดินทางมาเพื่อแสวงบุญ ทั้งยังเป็นที่ที่ใหญ่ ที่สุดและมีความสําคัญมากสําหรับผู้นับถือศาสนาเชน เมืองดังกล่าวตั้งชื่อว่า "รา นัคปูร์" เพื่อเป็นเกียรติแด่มหารานา แห่งราชาอาณาจักร ผู้อนุญาตให้สร้างวัด 
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนําท่านเดินทางต่อสู่ เมืองอุไดร์ปูร์ (UDAIPUR) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของ แคว้นราชาสถาน และตั้งอยู่ริมทะเลสาบฟิโชล่า เป็นราชธานีแห่งที่สองของ อาณาจักร Mewar อุไดปูร์เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อด้านความโรแมนติกและเพียบพร้อม ไปด้วยความงามของทะเลสาบ พระราชวังและน้ําพุที่สวยงาม
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ า ณ ห้องอาหารโรงแรม
พักที่ SHERATON HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า 
วันที่เก้าของการเดินทาง                         เมืองอุไดปูร์-ซิตี้ พาเลช-ฟาเตห์ ประกาห์ พาเลช-ล่องเรือทะเลสาบพิโคลา
เช้า
รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารโรงแรม บุฟเฟต์
จากนั้นนําท่าน ชมซิตี้ พาเลช (Udaipur City Palace) หรือพระราชวังฤดูหนาว ซึ่งส่วนหนึ่งมีการดัดแปลงกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยหินแกรนิตและหินอ่อน ภายในประดับประดาด้วย กระจกและแก้วหลากสี นับเป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นราชาสถาน ปัจจุบัน บางส่วนยังคงเป็นที่ประทับของราชตระกูล และมีการจัดแสดงวัตถุโบราณที่มีค่า มากมายให้ผู้คนเข้าชม น าท่านชมภายนอกของฟาเตห์ ประกาห์ พาเลช (Fateh Prakash Palace) ซึ่ง มหาราชาองค์หนึ่งอยากได้เฟอร์นิเจอร์คริสตัลมาประดับวัง แต่ไม่ชอบเครื่องเรือน สไตล์ยุโรป จึงบัญชาให้กรมช่างในราชอาณาจักรทําเครื่องเรือนต้นแบบจากไม้ แกะสลักลวดลายสวยงามก่อนส่งไปยังอังกฤษเพื่อให้บริษัทคริสตัลทําเฟอร์นิเจอร์ ตามแบบนั้น จากนั้นจึงค่อยส่งกลับมาประดับไว้ที่วังแห่งนี้ 
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นําท่าน ล่องเรือในทะเลสาบพิโคลา (Pichola Lake) ชมทิวทัศน์รอบทะเลสาบ ในยามเย็น ทะเลสาบนี้มีความกว้าง 3 กม. ยาว 4 กม. มีเกาะอยู่ 2 เกาะคือ Jag 7 Niwas และ Jag Mandir เกาะ Jag Niwas เป็นที่ตั้งของ The Lake Palace สร้าง โดย Maharana Jagat Singh ll เมื่อปี 1743 เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน แต่ ปัจจุบันกลายเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวไปเรียบร้อยแล้ว ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ คืนละ 15,000 บาท ไปจนถึง 200,000 กว่าบาท อิสระให้ท่านช้อปปิ้งตลาด พื้นเมืองตามอัธยาศัย
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ า ณ ห้องอาหารโรงแรม
พักที่ SHERATON HOTEL ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า
วันที่สิบของการเดินทาง                                  เมืองอุไดปูร์-วัดจักดิศ-เมืองบอมเบย์
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม บุฟเฟต์
นําท่าน ชมวัดจักดิศ (Jagdish Temple) เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองอุไดปูร์ และ เป็นที่เคารพสักการะสําหรับชาวเมืองอุไดปูร์เป็นอย่างยิ่ง สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1651 จากนั้นอิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งของที่ระลึก ตามอัธยาศัย จากนั้น น าท่านเดินทาง สู่สวน Saheliyon Ki Bari ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 18 โดยมหารานาซันแก รมซิงห์ที่ 2 (Maharana Sangram Singh ll) เพื่อให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของ เชื้อพระวงศ์ฝ่ายหญิงในช่วงฤดูร้อน ภายในสวนตบแต่งไปด้วยต้นไม้หลากหลาย นานาชนิดพันธุ์ โดดเด่นด้วยน้ําพุที่สร้างความเย็นฉ่ําให้บริเวณข้างเคียง ชมความ งามของสระบัวที่กว้างใหญ่ บริเวณภายในสวนยังมีห้องนั่งเล่นที่ประดับประดาไป ด้วยแก้วและหินสีงดงามมาก
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน (แบบกล่อง) หลังอาหาร สมควรแก่เวลา นําท่านเดินทางต่อไปยังสนามบินฯ 
1740 น.
เดินทางสู่เมืองบอมเบย์” โดยสายการบินแอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ AI-471 
1905 น.
เดินทางมาถึงสนามบินเมืองบอมเบย์ประเทศอินเดีย จากนั้นอิสระให้ท่านได้ช้อป ปิ้งกันอย่างจุใจ และพักผ่อนตามอัธยาศัย
2030 น.
รับประทานอาหารค่ า ณ ภัตตาคาร
หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่สนามบินฯ หลังอาหาร นําท่านเดินทางสู่สนามบินฯ เพื่อทําการตรวจเอกสารในการเดินทาง
วันที่สิบเอ็ดของการเดินทาง                         เมืองบอมเบย์-กรุงเทพฯ /สุวรรณภูมิ
0200 น.
ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ” โดยสายการบินแอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ AI-330
0745 น.
เดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ 

 

 

 

 

Coming Soon!!!!