Lebanon
 

  • Program
เที่ยวประเทศเลบานอนกันเถอะ
“ประเทศเลบานอน”
"แหล่งกำเนิดแห่งมนุษยชาติ"
และ “สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรไปเยือน”
เดินทางระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม – วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม 2561
 
วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม 2561                                              สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ                               
2100 น.
คณะพร้อมกัน  ณ สนามบินสุวรรณภูมิอาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ สายการบินอียิปต์แอร์แถว Q15 เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ จะคอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการตรวจเช็คสัมภาระและบัตรโดยสารก่อนการเดินทาง
วันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม 2561                                                กรุงเทพฯ - ไคโร – เบรุต                                
0055 น.
นำคณะออกเดินทางสู่กรุงเบรุต (Beirut) เมืองหลวงของประเทศเลบานอน โดยสายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบินที่ MS961
0505 น.
(เวลาท้องถิ่น) คณะเดินทางถึง สนามบินนานาชาติกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง
0845 น.
ออกเดินทางต่อสู่กรุงเบรุตเมืองหลวงของประเทศเลบานอน โดยสายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบินที่ MS709
1100 น.
(เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึงกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน นำคณะผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร พร้อมรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว
ออกเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศ สู่ “เมืองไซดอน”(Sidon) เมืองท่าและเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญเป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองจากเมืองไบบลอส และเมืองไทร์ ระยะทาง 40 กิโลเมตรเมืองไซดอนเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน นำคณะชมความสวยงานด้านนอกของปราสาททะเลสร้างโดยนักรบครูเสดในปี ค.ศ.1228ตั้งอยู่ บนเกาะเล็กๆ ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ ด้วยการทำสะพานหิน จุดประสงค์เพื่อให้เป็นป้อมปราการป้องกันเมือง บนป้อมแห่งนี้เคยมีหอคอยอยู่ 2 หอ และถูก “พวกมัมลุค” ทำลายเมื่อยึดเมืองไทร์ได้ เพื่อไม่ให้พวกครูเสดกลับมาใช้งานได้อีกหลังจากนั้นนำคณะเดินทางไปยังศูนย์กลางของเมืองหลวงคือกรุงเบรุตเดินทางสู่ภัตตา คาร
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่โรงแรมที่พัก ณ Midtown Hotelระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า
อิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม 2561                                           เบรุต                                             
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
นำคณะเดินทางสู่ “พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติแห่งกรุงเบรุต”(NationalMuseum Of Beirut) ชมศิลปวัตถุโบราณ และประวัติความเป็นมาของประเทศ ที่ได้เก็บรวบรวมไว้ ณ สถานที่แห่งนี้  ภาพวาดบนฝาผนังที่สวยงาม โบราณวัตถุ รูปลักษณ์ต่าง ๆ ที่ถูกขุดค้นพบในสมัยต่าง ๆ เช่นในสมัยโรมัน สมัยไบเซ็นไทม์ ฯลฯ
 
จากนั้นนำท่านไปชม “หมู่บ้านวัฒนธรรมเดอร์ เอล คามาร์”(Deir El Qamar Village) อดีตเมืองหลวงของประเทศเลบานอนในช่วง ศตวรรษที่ 16-18 (ชื่อของหมู่บ้านแห่งนี้มีความหมายว่า อารามของพระจันทร์) สถาปัตยกรรมแสดงถึงช่วงระบบศักดินา หลังคาบ้านต่างมุงด้วยกระเบื้องสีแดง ถนนแคบๆ หมู่บ้านแห่งนี้เคยเป็นถิ่นที่อยู่ของเจ้าหน้าที่รัฐบาลของประเทศเลบานอน ในช่วงศตวรรษที่ 15ที่มีผู้ปกครองเลบานอนนามว่า เอมิร์ ฟาคห์เรดดีน ที่ 2เข้ามามีอำนาจในช่วงปี ค.ศ. 1590หมู่บ้านนี้ประกอบไปด้วยมัสยิด และ พระราชวังประวัติศาสตร์ และอาคารบริหารราชการศตวรรษที่ 17มีโบสถ์เป็นศูนย์รวมการทำกิจกรรมของหมู่บ้าน จึงกลายเป็นศูนย์กลางของประเพณีและวรรณกรรมแห่งเลบานอน และยังเป็นหมู่บ้านแรกในเลบานอนที่จะมีการจัดการในระบบเขตเทศบาลเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1864และเป็นบ้านเกิดของบุคคลที่มีชื่อเสียง เช่น นักเขียนและนักการเมืองเป็นต้น
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
 
นำท่านชม “พระราชวังไบเทดดีน”(Beiteddine Palace) พระราชวังที่ถูกสร้างขึ้นโดยเจ้าชายอาหรับนามว่า “Bashir Shihab II”ในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1788-1818 เป็นถิ่นที่อยู่ของเจ้าชายอาหรับจนกระทั่งปี ค.ศ. 1840 หลังจากนั้นอาคารถูกใช้โดยเจ้าหน้าที่ชาวเติร์กเป็นที่ตั้งของรัฐบาล ต่อมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝรั่งเศสใช้เป็นสถานที่ในการปกครองท้องถิ่น มีการบูรณะพระราชวังของเก่าหลังจากที่ได้ประกาศให้เป็นอนุสาวรีย์ทางประวัติศาสตร์ ต่อมาปี ค.ศ. 1943 หลังจากที่ได้รับอิสรภาพพระราชวังไบเทดดีน ได้กลายเป็นพระราชวังฤดูร้อนของประธานาธิบดี สถาปัตยกรรมของพระราชวังไบเทดดีน จัดได้ว่าเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของงานสถาปัตยกรรมในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ของเลบานอน
 
ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พัก ณ Midtown Hotelหรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
วันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม 2561                     เบรุต - เมืองเชคก้า - เมืองบิบลอส - เบรุต              
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
นำท่านออกเดินทางตามทางหลวงที่เลียบชายฝั่งทะเลที่สวยงามผ่าน เมืองเชคก้าระหว่างทางท่านจะได้ชมความงามของภูมิทัศน์ภูเขาที่สวยที่สุดในเลบานอน ชม หุบเขาคาดิชา”ซึ่งบางครั้งเรียกว่าหุบเขาศักดิ์สิทธิ์ วาดีคาดิชาเป็นหนึ่งในชุมชนทางศาสนายุคคริสต์ศาสนาตอนต้นที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อารามในคริสต์ศาสนาหลายแห่งมีอายุเก่าแก่มาก ตั้งอยู่บนภูมิทัศน์อันขรุขระของขุนเขาอย่างน่าทึ่ง ผ่านชม “ป่าต้นซีดาร์”ต้นซีดาร์มีคุณค่าสูงยิ่งในยุคโบราณ โดยเป็นวัสดุก่อสร้างศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่หลายแห่งในบริเวณป่าแห่งนี้ต้นซีดาร์บางต้นมีอายุกว่า 1,000 ปี อีกทั้งยังถือเป็นต้นไม้ประจำชาติของเลบานอน และต้นซีดาร์ยังปรากฏเป็นสัญลักษณ์ตรงกลางธงชาติเลบานอนอีกด้วย และได้รับความคุ้มครองยกย่องให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1998 จากนั้น นำท่านชม “พิพิธภัณฑ์โกบรานคาลิโกบราน”นักกวีชื่อดังของโลกมีบ้านเกิดอยู่ที่เมืองบชาร์ริ ก่อนย้ายถิ่นฐานไปอยู่ในอเมริกา โกบรานคาลิ สามารถแต่งบทกวีได้ทั้งภาษาอาหรับและภาษาอังกฤษ แม้เขาจะใช้ชีวิตอยู่ต่างบ้านต่างถิ่นแต่ก็ไม่เคยลืมความรักในชาติพันธุ์ของเขา เขาสิ้นชีวิตลง ณ นครนิวยอร์คและร่างของเขาได้ถูกนำกลับมายังบ้านเกิดเมืองบซาร์ริ ซึ่งภายหลังได้จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อแสดงชีวประวัติ ท่านเป็นบุคคลสำคัญของชาวเลบานอน
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
 
หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ “เมืองบิบลอส”เมืองเก่าซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของโลกที่มีผู้อยู่อาศัยติดต่อกันมาประมาณ 7,000 ปี และเป็นท่าเรือแห่งแรกของโลก เชื่อว่าตัวกำแพงเมืองถูกสร้างขึ้นในยุค Bronze Age (2,800 ปีก่อนคริสต์กาล) โดยชาวฟีนีเชียน ซึ่งเป็นพ่อค้ากลุ่มแรกๆของโลกด้วย คามสำคัญดังกล่าวจึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1984จากนั้นนำชมเมืองโบราณริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อาทิ ป้อมโบราณสร้างโดยนักรบชาวครูเซด สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1108 โดยใช้หินจากโบราณสถานของเยอรมันและอาหรับ ตัวเมืองถูกบูรณะเมื่อ 50 ปีที่แล้ว จากตัวป้อมเราสามารถชมซากเมืองเก่าอายุหลายพันปี
ค่ำ
นำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก ณ Midtown Hotelหรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
วันจันทร์ ที่ 7 พฤษภาคม 2561                              เบรุต – ถ้ำไจต้า – เบรุต
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ “ถ้ำไจต้า”(Jeita Grotto)ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร  โดยการขึ้นกระเช้าไฟฟ้า ภายในถ้ำมีการปูทางเดินซีเมนต์เดินชมได้บางส่วนยื่นเข้าไปในเหวลึก ตัวถ้ำขนาดใหญ่ถูกค้นพบใน ค.ศ. 1836 โดยมิชชันนารีชาวอเมริกัน ตัวถ้ำแบ่งเป็น 2 ส่วน ที่มีส่วนเชื่อมถึงกัน แบ่งเป็นถ้ำด้านบนและด้านล่างซึ่งต้องนั่งเรือเข้าชม ตัวถ้ำมีความยาวประมาณ 9 กิโลเมตร ภายในมีน้ำสะอาดซึ่งกลายเป็นแหล่งน้ำดื่มของชาวเลบานอน และได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในถ้ำที่สวยที่สุดในโลก
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ “อนุสาวรีย์พระแม่มารี” ที่ทำจากทองสำริดทาสีขาว ตั้งอยู่บนยอดเขาฮาริสสา หรือมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า สุภาพสตรีแห่งเลบานอน สร้างเมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยประเทศฝรั่งเศส สูง 8.5 เมตร หนักกว่า 13 ตันชมทัศนียภาพของ “อ่าวจูเนี่ยห์”(Jounieh bay) ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่ดีและสวยที่สุดของเลบานอน
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางกลับสู่โรงแรมที่พัก ณ Midtown Hotelหรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
วันอังคาร ที่ 8 พฤษภาคม 2561                       เบรุต – แอนจาร์ – บาลเบค – คซารา - เบรุต           
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางข้ามเขาเลบานอน เพื่อเดินทางสู่ “เมืองแอนจาร์”(Anjar) เมืองขนาดเล็กที่ในอดีตรุ่งเรืองที่สุดในยุคมุสลิม ราชวงศ์อูมเมยาร์ดเข้าปกครองในสมัยของกาหลิบวาลิดที่ 1ในช่วงปี ค.ศ. 705ชมพระราชวังโบราณ โรงอาบน้ำ ร้านค้าต่างๆที่มีมากกว่า 600ร้านค้า ที่แสดงให้เห็นว่าเมืองอันจาร์แห่งนี้เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าในสมัยโบราณ
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
นำท่านเดินทางสู่ “เมืองบาลเบค”(Baalbeck) ศาสนสถานของโรมันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศเลบานอน วิหารประกอบด้วย วิหารแรกสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพเจ้า Jupiter พระบิดาแห่งเทพเจ้าทั้งปวง เป็นวิหารขนาดใหญ่มหึมาความยาว 274 เมตร มีเสาขนาดความสูง 22 เมตร (สูงที่สุดในโลก) ล้อมรอบ 54 ต้น (ปัจจุบันเหลือเพียง 6 ต้นเนื่องจากแผ่นดินไหว และถูกนำไปใช้งานที่อื่น เช่น ไปใช้ในโบสถ์เซนต์โซเฟียที่อิสตันบูล 8 ต้น) และวิหารอีกแห่งที่มีขนาดเล็กกว่า (แต่ยังใหญ่กว่าวิหาร Parthenon ที่เอเธนส์) สร้างถวายแก่เทพเจ้า Bacchus (เทพเจ้าแห่งเหล้าไวน์) และ Venusวิหารแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานในแบบคอรินเธียนที่งดงามที่สุดในโลก คาดว่าสร้างในระหว่างปี ค.ศ. 193-217 โดย “จูเลียส ซีซาร์ เซพติมิอุส” และคาราคาลา ความยิ่งใหญ่จะเห็นได้จาก ซากหินแกรนิตที่นำมาจากอียิปต์ เป็นหินตัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ความยาว 27.5 เมตร กว้าง 4.2 เมตร ลึก 4.8 เมตร น้ำหนักกว่า 1,000 ตัน ได้รับการคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1984
จากนั้นนำท่านชม “ถ้ำธรรมชาติแหล่งผลิตไวน์”ที่คซารา ซึ่งอยู่ในหุบเขาเบคกา ในยุคที่ชาวฟินิเชียนล่องเรือทำการค้ากับลาบานอนก็ได้นำไวน์ของเลบานอนออกขายให้กับชาวอิตาลี และสเปนบริเวณหุบเขาเบคกาเป็นแหล่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ของดินและน้ำ จึงทำให้มีการปลูกองุ่นหลากสายพันธุ์ที่เหมาะแก่การทำไวน์ชั้นเลิศ
ค่ำ
นำท่านเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พัก ณ Midtown Hotelหรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
วันพุธ ที่ 9 พฤษภาคม 2561                                                   เบรุต –ไคโร                                                 
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านสู่ย่านใจกลางเมืองเบรุต ซึ่งกำลังบูรณะฟื้นฟูให้งดงามเหมือนเดิมหลังผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เมืองเบรุตมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 5,000 ปี โดยการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดี ปรากฏหลักฐานของชาวฟินิเชีย อารยธรรมเฮลเลนิสติก เปอร์เซีย โรมัน อาหรับ และออตโตมัน (ทั้งยังถูกกล่าวถึงเป็นลายลักษณ์อักษรในจดหมายที่ส่งถึงกษัตริย์ฟาโรห์แห่งอียิปต์ในสมัยศตวรรษที่ 14 ก่อนคริสตกาลอีกด้วย) หลังสิ้นสุดสงครามกลางเมืองเบรุตได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทันสมัยและมีชีวิตชีวา จึงได้รับการจัดอันดับจากหนังสือพิมพ์นิวยอร์คไทม์ ว่าเป็นสุดยอดสถานที่ที่ควรไปเยือนในปี 2009 ปัจจุบันเป็นทั้งเมืองหลวง ศูนย์กลางการบริหารวัฒนธรรม และเศรษฐกิจ ของประเทศเลบานอน
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
จากนั้นนำท่านสู่ “ย่านคอร์นิช”เดินชมสองข้างทางเต็มไปด้วยภัตตาคารและร้านกาแฟ แวะถ่ายภาพกับ หินรูปนกพิราบเป็นหินที่ถูกธรรมชาติกัดกร่อนเป็นโพรงริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเบรุต ชมย่านการค้าบริเวณริมชายฝั่งทะเล สถานที่พักผ่อนเดินเล่นของชาวเมืองเบรุต
1700 น.
ได้เวลาพอสมควรนำท่านออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติเบรุต-ราฟิค ฮารีรี่ กรุงเบรุต 
2015 น.
ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบิน MS712
2045 น.
เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง
2245 น.
ออกเดินทางต่อสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบินที่ MS960
วันพฤหัสบดี ที่ 10 พฤษภาคม 2561                            กรุงเทพฯ                                        
1230 น.
(เวลาท้องถิ่น) เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (BKK) โดยสวัสดิภาพ

 

อัตราค่าบริการ              ***ราคา ณ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561
 
ผู้ใหญ่พักห้องคู่          ราคาท่านละ                          67,500    บาท
พักเดี่ยว                     จ่ายเพิ่มท่านละ                       7,500    บาท     
 
**ขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางในกรณีที่ผู้เดินทางต่ำกว่า 15 ท่าน  
**ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงหากสายการบินมีการเรียกเก็บภาษีน้ำมันและ
ภาษีสนามบินเพิ่มเติม
 
อัตราค่าบริการรวม
 
  • ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัดไป-กลับ กรุงเทพฯ – เลบานอน – กรุงเทพ โดยสายการบิน EGYPT AIR
  • ค่าโรงแรมที่พักตามที่ระบุในรายการระดับ 4 ดาว (พักห้องละ 2 ท่าน)
  • อาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการ และน้ำดื่มสะอาดตลอดการเดินทาง
  • ค่ารถโค้ชปรับอาการตลอดการเดินทาง
  • ค่าเข้าชมสถานที่ที่ระบุไว้ในรายการ
  • ค่าวีซ่าประเทศเลบานอนแบบหมู่คณะ
  • หัวหน้าทัวร์คนไทยที่เดินทางไป กลับ พร้อมคณะเพื่อคอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถ
  • ประกันภัยในการเดินทาง ตามที่ระบุในกรมธรรม์
 
อัตราค่าบริการไม่รวม
 
  • ค่าทำหนังสือเดินทาง
  • ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางในกรณีที่เกินสายการบินกำหนด
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %
  •  ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ท่าน สั่งมาทานนอกเหนือจากรายการ
  •  ค่ามินิบาร์ โทรศัพท์ ฯลฯ  ในโรงแรม
  •  ค่าทิปหัวหน้าทัวร์คนไทยที่เดินทางไปกับคณะ
  • ค่าบริการ และค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ระบุไว้ในรายการ
หมายเหตุ
บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้และจะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์ และเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจล ต่างๆ
§  เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆตามรายการ หรือ ถูกปฏิเสธการเข้าประเทศไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี
§  เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทฯ หรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทฯ ทางบริษัทฯ จะขอถือว่าท่านรับทราบและยอมรับในเงื่อนไขต่างๆ
§  กำหนดการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เพื่อความเหมาะสม ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะยึดถือผลประโยชน์ ตลอดจนความปลอดภัยของคณะผู้เดินทางเป็นสำคัญ    
§  ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่ท่านถูกปฏิเสธเข้าเมือง โดยด่านตรวจคนเข้าเมืองประเทศไทยและเวียดนาม
§  สำหรับ ผู้โดยสาร ที่ไม่ได้ถือ PASSPORT ไทย หรือ PASSPORT ต่างด้าว ผู้โดยสารต้องรับผิดชอบเรื่องเอกสาร (VISA) หรือ การแจ้งเข้าแจ้งออกประเทศไทยเอง ทางบริษัทฯ ทัวร์ จะไม่รับผิดชอบในกรณี ที่ ด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทยปฏิเสธในการเข้าและออกจากประเทศ
§  การท่องเที่ยวประเทศเวียดนามนั้นจะต้องมีการเข้าชมสินค้าของทางรัฐบาล เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวดังกล่าว คือ ร้านยา ร้านมุก ร้านขนม เป็นต้น หากท่านใดไม่เข้าร้านดังกล่าวจะต้องจ่ายค่าทัวร์เพิ่มทางบริษัทฯ จะขอถือว่าท่านรับทราบและยอมรับเงื่อนไขดังกล่าวแล้ว